ทุกครั้งที่คุณเปิดออเดอร์ใน Forex คุณจ่ายค่าธรรมเนียมทันที แม้จะไม่มีการแจ้งเตือนหรือหน้าชำระเงินใดๆ ค่าธรรมเนียมนั้นเรียกว่า Spread และการเข้าใจมันจะช่วยให้คุณเลือก Broker ได้อย่างชาญฉลาดและคำนวณต้นทุนการเทรดได้ก่อนเปิดออเดอร์
Spread คืออะไรใน Forex?
Spread คือส่วนต่างระหว่างราคา Bid (ราคาที่คุณขายได้) และราคา Ask (ราคาที่คุณซื้อได้) ในคู่เงิน Forex ทุกคู่ นี่คือต้นทุนหลักที่คุณจ่ายให้ Broker ทุกครั้งที่เปิดออเดอร์ ตัวอย่าง: EUR/USD มี Bid 1.0800 และ Ask 1.0801 หมายความว่า Spread คือ 0.0001 หรือ 1 Pip ทุกออเดอร์ที่เปิดจะเริ่มต้นที่ -1 Pip ทันที ก่อนที่ราคาจะวิ่งในทิศทางที่คุณต้องการ
สารบัญ
Spread คืออะไร?
Spread Fixed กับ Spread Variable ต่างกันอย่างไร?
วิธีคำนวณต้นทุน Spread จริงๆ
Spread กระทบ Scalper และ Day Trader อย่างไร?
เกณฑ์เลือกโบรกเกอร์ Spread ต่ำ
Spread กว้างเมื่อไร? ต้องระวังอะไร?
สรุป
CTA
FAQ
อ้างอิง
Spread คืออะไร?
เมื่อคุณดูราคาของ EUR/USD คุณจะเห็นสองตัวเลขเสมอ ไม่ใช่ตัวเลขเดียว
Bid คือราคาที่ตลาดพร้อมซื้อจากคุณ ซึ่งก็คือราคาที่คุณ "ขาย" ได้ Ask คือราคาที่ตลาดพร้อมขายให้คุณ ซึ่งก็คือราคาที่คุณ "ซื้อ" ได้
ส่วนต่างระหว่าง Bid และ Ask คือ Spread และนี่คือวิธีที่ Broker ส่วนใหญ่ทำรายได้ แทนที่จะเก็บค่าคอมมิสชันแยกต่างหาก
ตัวอย่าง: EUR/USD แสดงราคา Bid 1.08000 และ Ask 1.08010 Spread คือ 0.00010 หรือ 1 Pip
ทุกออเดอร์ที่คุณเปิดเริ่มต้นที่ติดลบเท่ากับ Spread ทันที ออเดอร์ซื้อที่ Ask 1.08010 มีมูลค่าในตลาดที่ Bid 1.08000 ทันที หมายความว่าถ้าราคาไม่ขยับเลย คุณขาดทุน 1 Pip ไปแล้ว
Spread Fixed กับ Spread Variable ต่างกันอย่างไร?
Fixed Spread (Spread คงที่) Spread คงที่ตลอดเวลาไม่ว่าสภาวะตลาดจะเป็นอย่างไร เช่น EUR/USD Fixed Spread 2 Pip เสมอ ข้อดีคือคาดเดาต้นทุนได้แน่นอน แต่มักกว้างกว่า Variable Spread ในช่วงตลาดปกติ
บาง Broker ที่ให้ Fixed Spread อาจขยาย Spread หรือ Re-quote ราคาในช่วงที่ตลาดผันผวนสูง ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องระวัง
Variable Spread (Spread ลอยตัว) Spread เปลี่ยนแปลงตามสภาพสภาพคล่องของตลาด ในช่วง London-New York Overlap EUR/USD อาจมี Spread แค่ 0.1 ถึง 0.3 Pip แต่ในช่วงข่าวใหญ่หรือตลาดเงียบ Spread อาจกว้างขึ้นถึง 5 ถึง 10 Pip หรือมากกว่า
นักเทรดส่วนใหญ่ใช้ Broker ที่มี Variable Spread เพราะต้นทุนเฉลี่ยต่ำกว่าในระยะยาว แต่ต้องเข้าใจว่า Spread จะกว้างขึ้นในช่วงไหน
วิธีคำนวณต้นทุน Spread จริง
สูตร: ต้นทุน Spread = Spread (Pip) x มูลค่าต่อ Pip x จำนวน Lot
ตัวอย่างที่ 1: Scalper เทรด EUR/USD วันละ 20 ออเดอร์
Spread: 0.5 Pip Lot: 0.10 (Mini Lot) มูลค่า 1 Pip = $1 ต้นทุนต่อออเดอร์: 0.5 x $1 = $0.50 ต้นทุนต่อวัน (20 ออเดอร์): $0.50 x 20 = $10 ต้นทุนต่อเดือน (20 วันทำการ): $10 x 20 = $200
หมายความว่า Scalper ต้องทำกำไรมากกว่า $200 ต่อเดือนจาก Spread ก่อนที่จะเริ่มเห็นกำไรสุทธิจริง
ตัวอย่างที่ 2: Day Trader เทรด 3 ออเดอร์ต่อวัน
Spread: 1.0 Pip Lot: 0.10 มูลค่า 1 Pip = $1 ต้นทุนต่อออเดอร์: 1.0 x $1 = $1 ต้นทุนต่อวัน (3 ออเดอร์): $3 ต้นทุนต่อเดือน: $3 x 20 = $60
Spread กระทบ Scalper มากกว่า Day Trader อย่างเห็นได้ชัดเพราะความถี่ในการเทรดสูงกว่ามาก
Spread กระทบ Scalper และ Day Trader อย่างไร?
สำหรับ Scalper ที่เป้าหมายกำไรต่อออเดอร์อยู่ที่ 3 ถึง 10 Pip Spread 1 Pip คือ 10 ถึง 33% ของกำไรเป้าหมาย ดังนั้น Scalper จำเป็นต้องใช้ Broker ที่ Spread ต่ำมากในระดับ 0.1 ถึง 0.5 Pip สำหรับคู่เงินหลัก
สำหรับ Day Trader ที่เป้าหมาย 30 ถึง 80 Pip Spread 1 Pip คือเพียง 1 ถึง 3% ของกำไรเป้าหมาย กระทบน้อยกว่ามาก แต่ยังคงต้องนำมาคำนวณในระบบการเทรด
สำหรับ Swing Trader และ Position Trader ที่เป้าหมายหลักร้อย Pip Spread แทบไม่มีผลนัยสำคัญต่อผลลัพธ์รวม
เกณฑ์เลือกโบรกเกอร์ Spread ต่ำที่ใช้ได้จริง
เกณฑ์ที่ 1: ดู Spread จริงในช่วงเวลาที่คุณจะเทรด ไม่ใช่แค่ "Spread from 0.0 Pip" ตัวเลข "from 0.0 Pip" คือ Spread ต่ำสุดที่อาจเกิดขึ้นช่วงสั้นๆ ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยตลอดวัน ให้ดูค่าเฉลี่ยตลอดวัน (Average Spread) และ Spread ในช่วงที่คุณจะเทรดจริง
เกณฑ์ที่ 2: เปรียบเทียบ Spread บวก Commission รวมกัน Broker บางแห่งมี Spread 0 Pip แต่เก็บ Commission $7 ต่อ Standard Lot ต่อ Side ซึ่งเทียบเท่า Spread 1.4 Pip ใน EUR/USD ดังนั้นต้องเปรียบเทียบ Total Cost ไม่ใช่แค่ Spread ตัวเดียว
เกณฑ์ที่ 3: ตรวจสอบ Spread ในช่วงข่าวสำคัญ Spread กว้างขึ้นมากแค่ไหนในช่วง NFP หรือการประกาศดอกเบี้ย? Broker ที่ดีควรมีความโปร่งใสในเรื่องนี้
เกณฑ์ที่ 4: ประเภทบัญชีมีผลมาก บัญชี ECN/Raw Spread มักมี Spread ต่ำที่สุดแต่มี Commission บัญชี Standard มี Spread สูงกว่าแต่ไม่มี Commission เลือกให้เหมาะกับความถี่ในการเทรดของคุณ
Spread จะกว้างขึ้นเมื่อไร? สิ่งที่ต้องระวัง
ช่วงข่าวเศรษฐกิจสำคัญ เช่น NFP, การประกาศอัตราดอกเบี้ย Fed หรือ ECB Spread อาจกว้างขึ้นเป็น 10 เท่าของปกติในช่วงไม่กี่วินาที ควรหลีกเลี่ยงการเปิดออเดอร์ในช่วง 5 นาทีก่อนและหลังข่าว
ช่วงตลาดเปิดใหม่วันจันทร์ สภาพคล่องเพิ่งเริ่มสะสม Spread อาจกว้างกว่าปกติ
ช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์ เมื่อตลาดหลักปิด เช่น Christmas หรือ New Year สภาพคล่องต่ำ Spread กว้าง
ช่วง Sydney Session ต้น คู่เงินที่ไม่มี AUD/NZD มักมี Spread กว้างกว่าปกติ
บทความที่เกี่ยวข้อง
แหล่งข้อมูล
ยังไม่แน่ใจว่าควรเลือก Broker ไหน?
ใน Indy Trader เราสอนวิธีประเมิน Broker และคำนวณต้นทุนการเทรดที่แท้จริงก่อนฝากเงิน รวมถึงเครื่องมือและระบบเทรดที่ช่วยให้คุณเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เริ่มเรียนฟรีวันนี้ →
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: Spread 0 Pip มีอยู่จริงไหม? A: มีบาง Broker ที่โฆษณา Spread 0 Pip แต่ส่วนใหญ่เก็บ Commission แทน รวมแล้วต้นทุนอาจไม่ต่างจาก Broker ที่มี Spread 1 Pip โดยไม่มี Commission ต้องเปรียบเทียบ Total Cost เสมอ
Q: EUR/USD ควรมี Spread เท่าไรถึงจะดี? A: สำหรับ Broker ECN คุณภาพดี EUR/USD ควรมี Spread เฉลี่ยไม่เกิน 0.3 ถึง 0.8 Pip ในช่วงตลาดปกติ ถ้าเกิน 1.5 Pip อย่างสม่ำเสมอในชั่วโมงปกติ ให้พิจารณา Broker อื่น
Q: Spread กระทบ Stop Loss ไหม? A: ใช่ สำหรับออเดอร์ขายชอร์ต Stop Loss จะถูกคำนวณจากราคา Ask ไม่ใช่ Bid ซึ่งหมายความว่า Spread ที่กว้างขึ้นในช่วงข่าวอาจทำให้ Stop Loss โดนก่อนที่ราคาจะถึงระดับที่คุณตั้งใจจริงๆ
Q: Commission กับ Spread ต่างกันอย่างไร? A: Spread คือส่วนต่างของราคา Bid/Ask ที่รวมอยู่ในราคาตลาดแล้ว Commission คือค่าธรรมเนียมแยกต่างหากที่เก็บต่อการซื้อขาย Broker ECN มักมี Spread ต่ำแต่เก็บ Commission เพิ่ม
อ้างอิง
Investopedia. (2026). Bid-Ask Spread. https://www.investopedia.com/terms/b/bid-askspread.asp
Myfxbook. (2026). Forex Broker Spread Comparison. https://www.myfxbook.com/forex-broker-spreads
:format(webp))